You are here
Home > สุขภาพ

แนะนำ วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจออกกำลังกาย

วิธีการลดน้ำหนัก

แนะนำ วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจออกกำลังกาย             กว่าจะได้หุ่นสวยสุขภาพดี มาครองได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่มีพฤติกรรมขี้เกียจออกกำลังกายเป็นที่สุด และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้ การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อของเพื่อน ๆ เราอยากบอกว่า เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเราทราบว่ามา วิธีการลดน้ำหนักนั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งการออกกำลังกายเสมอไป ฟังแบบนี้แล้ว คงจะอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะคะ ว่าจะมีวิธีใดบ้าง บทความวันนี้เราเลยจะมา แนะนำ วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจออกกำลังกาย สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจออกกำลังกาย ชาเขียวช่วยได้ ชาเขียว เป็นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องสร้างสมดุลให้ร่างกาย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น เราแนะนำให้สาว ๆ จิบชาเขียวร้อนหรือเย็นเบา ๆ จะช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น และถ้ายิ่งมีเวลาออกกำลังกายด้วยยิ่งดีเข้าไปใหญ่เลยค่ะ ส่วนขนมหรือของหวานต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของชาเขียวอาจจะต้องพักไว้ก่อน เพราะอาหารเหล่านี้มักจะมีน้ำตาลและแป้งซึ่งอาจทำให้เราอ้วนกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัวค่ะ เคี้ยวให้ละเอียด รู้หรือไม่ว่าการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดรวมถึงการเคี้ยวช้า ๆ ก็มีผลต่อน้ำหนักของเราได้ค่ะ นั่นก็เพราะว่าการเคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ และละเอียดจะทำให้ความรู้สึกอยากอาหารของเราลดลง อิ่มง่ายขึ้น ที่สำคัญการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดยังดีต่อระบบย่อยอาหารภายในร่างกายด้วยนะ!! ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร วิธีนี้ง่ายและทรมานน้อยที่สุด แค่ดื่มน้ำประมาณ 1-2

ต้องการกากใยสูงต้องผัก-ผลไม้นี้เท่านั้น

ต้องการกากใยสูงต้องผัก-ผลไม้นี้เท่านั้น

อึดอัด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ผายลมบ่อย ปัญหานี้จะหมดไปถ้าร่างกายได้รับผัก-ผลไม้ที่มีกากใยสูงจะช่วยทำให้อาการต่างๆเหล่านั้นลดลงและหมดไป ไม่ต้องมาทนกับอาการแบบนี้อีกแล้ว บอกเลยถ้า ต้องการกากใยสูงต้องผัก-ผลไม้นี้เท่านั้น ต้องการกากใยสูงต้องผัก-ผลไม้นี้เท่านั้น 1. ผักกาดขาว ผักกาดขาวมีไฟเบอร์สูงมาก ในผักกาดยังมีน้ำอุ้มอยู่เป็นจำนวนมากจึงช่วยกระตุ้นลำไส้ทำให้กากอาหารนุ่มลง จึงขับถ่ายสะดวก แก้อาการท้องผูกได้ดี ดังนั้นหากใครที่ชอบทานเนื้อสัตว์แล้วถ่ายยาก ควรทานผักกาดขาวด้วยเพื่อช่วยระบายท้องได้ดี 2. ดอกกะหล่ำ ดอกกะหล่ำมีสารซัลโฟราเฟน ( Sulforaphane ) และสาร indole-3-carbinol ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารต้านสารอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งเต้านม, มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ 3. ขิง ขิงมีฤทธิ์เผ็ดร้อนจึงสามารถนำมาปรุงอาหารและเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่รักสุขภาพได้อีกด้วย ขิงมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต หลอดเลือดแดง และยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ หลอดเลือด ทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ 4. ตะไคร้ ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน จึงช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง ขับลม ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับปัสสาวะ ช่วยขจัดพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย 5. มะระขี้นก มะระขี้นก มีสารที่ชื่อว่า ชาแรนติน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจึงรักษาโรคเบาหวานได้ อีกทั้งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดี มีการพบว่ามะระขี้นกสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งสมอง มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ 6. ดอกสะเดา ดอกสะเดาเป็นผักที่มีกากใยสูงอีกทั้งยังมีรสขมฝาดจึงช่วยขับน้ำย่อยอาหารทำให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น และยังช่วยบำรุงน้ำดีซึ่งมีฤทธิ์ในการย่อยอาหารประเภทไขมันได้ดี ทำให้อาหารพวกไขมันถูกย่อยมากขึ้น 7.

การปรับการกิน

การปรับการกิน

เอาใจคนอยากลดน้ำหนักอีกแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุกคนฮิต การปรับการกิน เพื่อลดน้ำหนัก เป็นวิธีการที่ง่ายเพราะไม่ต้องหาเวลาไปออกกำลังกายมากมาย แนวทาง การปรับการกิน เพื่อลดน้ำหนักมีอยู่หลายแบบ แต่จะมี 3 แบบที่ได้รับความนิยม โดยที่เราจะมาบอกรายละเอียดต่างๆ และข้อดี ข้อเสีย ให้ทุกคนได้เข้าใจ สามารถเอาไปปรับใช้ได้ คีโต ไดเอต ( Keto Diet ) คำนิยาม : High Fat & Low Carb Diet ลักษณะอาหารและหลักการ : 🥕 เน้นทานอาหารไขมันในกลุ่มไขมันที่ดี 70% โปรตีนทุกประเภท 25% และคาร์โบไฮเดรต 5% ของปริมาณแคลอรี่ต่อวัน 🥕 ร่างกายปกตินำกลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตมาใช้เป็นพลังงาน เมื่อมีกลูโคสน้อย จึงปรับตัวโดยนำไขมันสะสมมาเผาผลาญ และตับเปลี่ยนกรดไขมันที่ถูกย่อยเหล่านั้นเป็นสารคีโตน ให้พลังงานแทน * หมายเหตุ * Keto Diet แบบเดิม จะสามารถทานอาหารไขมันสูงได้ทุกประเภท แต่ระยะยาวจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือดได้ เราสามารถทานไขมันชนิด

14 โรคติดต่ออันตราย นอกจาก COVID-19 แล้วยังมีโรคอะไรอีกบ้าง

14 โรคติดต่ออันตราย นอกจาก COVID-19 มีอะไรบ้าง 14 โรคติดต่ออันตราย นอกจาก Covid-19 ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคติดต่ออันตรายล่าสุดแล้ว ยังมีโรคติดต่ออันตรายโรคไหนอีกบ้าง แล้วการเป็นโรคติดต่ออันตราย จะแตกต่างจากโรคติดต่อทั่วไปยังไงนะ โรคติดต่ออันตราย คืออะไร โรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 หมายถึง โรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว และการประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตราย จะช่วยเอื้อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคมีอำนาจในการตรวจโรค กักกันโรค และป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายได้อย่างสะดวกขึ้น เช่น มีอำนาจในการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างเต็มที่ ซึ่งจะขัดขืนการตรวจไม่ได้ หรือสั่งปิดพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคได้ทันที เป็นต้น 1. กาฬโรค (Plague) โรคติดต่อที่มีพาหะมาจากหมัดของสัตว์ฟันแทะจำพวกหนู กระรอก กระแต กระต่าย ที่เมื่อเกิดการติดเชื้อ จากการที่โดนหมัดกัด จะทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ รักแร้ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และเชื้ออาจจะลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง จนหัวใจวาย และอาจเสียชีวิต 2. ไข้ทรพิษ (Smallpox) หรือฝีดาษ โรคที่เคยระบาดหนักในสมัยโบราณ

Top